ไปฟังสียงภูเขาไฟ "โบรโม"

7 ปีที่แล้ว.. ภูเขาไฟโบรโม (Bromo) เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย ปะทุระเบิดขึ้น ฝุ่นเถ้าของหินและทรายดำเม็ดละเอียดกระจายไปทั่ว เกิดเป็นทุ่งทะเลทรายสีดำปกคลุมบริเวณนั้นโดยรอบ

                      

 

วันนี้ผงถ่านภูเขาไฟยังฟุ้งเมื่อย่ำเท้าลงไปในทุ่งทะเลทรายดำ ซึ่งกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างรอบภูเขาไฟที่คุกรุ่น ยังไม่ดับสนิท แห่งนี้และเมื่อไปถึงปากบ่อ เสียงภูเขาไฟยังคำรามดังก้องจากใต้ภูเขาไฟ ได้ยินกันถนัดชัดเจน พร้อมพุ่งควันสีขาวขึ้นสู่ท้องฟ้า.. สูงไปถึงก้อนเมฆ

   

ชาวบ้านรอบภูเขาไฟ ไม่มีใครเดือดร้อน เพียงหลบนิดหน่อยสำหรับผู้มีผลกระทบ พร้อมบอกว่า ระเบิดครั้งล่าสุด ไม่ได้กลัว  มีแต่ทรายกับหิน ไม่มีสารกำมะถันและลาวา มาวันนี้ จึงเห็นแต่ทรายดำ เต็มพื้นที่กว้าง

ที่นี่แดดจ้า แต่อากาศเย็นเย็นสบาย ทำให้การเดินตัดทะเลทรายดำไปยังปล่องภูเขาไฟ ระยะ 5.5 กิโลเมตร รวม 7,700 ก้าว เป็นเรื่องไม่ยาก เส้นทางที่เดินผ่าน มีจุดน่าสนใจคือ วัดแนวฮินดู ที่ได้รับการบูรณะดูแลอยู่กลางทะเลทรายดำ บนเส้นทางก่อนเดินขึ้นเขา ดูคล้ายศิลปะที่บาหลีมาก แสดงว่า คนท้องถิ่นนี้นับถือศานาฮินดู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นมุสลิมในปัจจุบัน

ผ่านวัดฮินดูไป เราเดินผ่านซอกเขาที่เป็นดิน ไปทะลุทางขึ้นเนินเขาไล่ระดับไปจนถึงแท่นบูชาพระเจ้าตามความเชื่อ

“ภูเขาไฟโบรโม” เป็นภูเขาศักดิสิทธิ์ที่ชาวฮินดูนับถือบูชา ในยุคโบราณ ถ้ามาเดือนธันวาคม-มกราคม จะได้เห็นประเพณีท้องถิ่น “Kosodo” ที่ฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยวและขับไล่สิ่งชั่วร้าย จากบริเวณแท่นบูชา เลยไปเป็นทางขึ้นบันไดกว่า 100 ขั้น เมื่อเดินขึ้นไปจะแบ่งเป็นทางขึ้นและทางลง ข้างละช่อง ค่อยๆ เดินขึ้นไปจนถึงปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังเดือด และส่งเสียงคำราม

เรายืนกันที่ปากปล่องแคบๆ ก้าวพลาดเป็นตกร่วงไปถึงกะทะเดือดกลางภูเขาไฟได้ทันที ซึ่งคงหาทางรอดยาก หากพลาด

การเดินทางขึ้นไปคารวะพลังสร้างโลกและพลังการทำลายสูงนี้ ถ้าไม่อยากเดินเท้าขึ้นภูเขาไฟ จะเลือกวิธีนั่งหลังม้าหลากหลายชนิดก็ทำได้ และหาได้ไม่ยากเลย

ภูเขาไฟโปรโม เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ และมีพลังพร้อมระเบิดโดยไม่มีใครหยั่งรู้ได้ ทำให้เราได้ตระหนักถึงพลังของ “วงแหวนแห่งไฟ” (Ring of Fire) ในแนวเส้นที่พาดผ่านประเทศอินโดนีเชียได้อย่างชัดเจน ด้วยพลังเสียงที่รุนแรง และท้าทายก้องหุบเขา

ซึ่ง “วงแหวนแห่งไฟ” จะยังคงมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตผู้คนย่านแปซิฟิค ไปอีกนาน และชีวิตต้องไม่ประมาท เตรียมพร้อมตลอดเวลา

ที่พูดเช่นนี้ไม่ใช่จะให้ร้ายภูเขาไฟ เพราะในด้านดี ภูเขาไฟได้สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนดิน ที่นี่จึงมีข้าว ปลา อาหาร ผักผลไม้อุดมสมบูรณ์จากผืนแผ่นดินในแถบดินแดนภูเขาไฟ

คำว่า “ภูเขาไฟ” อาจน่าหวาดหวั่นในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่ไม่ใช่ความรู้สึกของคนท้องถิ่นที่นี่ เพราะพวกเขาอยู่กับภูเขาไฟอย่างใกล้ชิด ใช้รถจี้ปนำนักท่องเที่ยวขึ้นชมอรุณรุ่งบนเวิ้งเขา ไปชมทิวทัศน์และฉากตะวันขึ้นที่ยอดโบรโม ซึ่งวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.43 น. แต่วันนี้มีทะเลหมอกมาบดบังความงามที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันมารอชมแสงสีที่ธรรมชาติสร้างสรรค์

ได้เวลา คนเลี้ยงม้าก็ทำหน้าที่ นำพวกเราไปถึงปากปล่องภูเขาไฟ ซึ่งในช่วงสุดท้ายต้องพึ่งแรงสองขา พาร่างขึ้นบันไดไปถึงริมขอบปากปล่อง “โบรโม” ที่น่าหวาดเสียว พูดได้คำเดียว..  ห้ามก้าวพลาดเด็ดขาด มีที่นิดเดียวให้ยืนชมความงามที่ระอุพร้อมปะทุทุกวินาที ในแบบที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้

ได้มาสัมผัสตัวจริงของ “ภูเขาไฟโบรโม” คุ้มค่ามากกับการเดินทางที่ยากลำบากตั้งแต่เที่ยงคืน จากเมืองมาลังมาถึงโบรโม ในแนววงแหวนแห่งไฟ สถานที่ๆ นักท่องเที่ยวทั่วโลก โคจรมาพบกันบนเกาะชวา ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อรอชมแสงแรกของวัน

 

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวอินโดนีเซีย

“Wonderful Indonesia”

และ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)

.................................

Topics:
Share: