อลังการงานสร้าง..ซากราดา ฟามิเลีย มรดกโลกที่ยังสร้างไม่เสร็จ

 

อีก 12 ปีเมื่อไทม์ไลน์แตะค.ศ. 2026 วิศวกรควบคุมงานสร้าง "มหาวิหารซากราดา ฟามิเลีย" คาดหวังว่าจะสร้างมหาวิหารนี้ได้สำเร็จ

เป้าหมาย.. เพื่อให้ทันวาระสำคัญ ครบ 100 ปีการเสียชีวิตของ "อันตอนี เกาดี้" (Antoni Gaudi) ผู้ออกแบบมหาวิหารนี้ เกาดี้เสียชีวิตในปีค.ศ.1926 เขาถูกรถม้าชนขณะกำลังข้ามถนนไปโบสถ์ และเสียชีวิตที่แผนกคนไข้อนาถาระหว่างนอนรอรับการรักษาจากแพทย์

มันน่าเศร้ามาก เมื่อ “เกาดี้” มีชีวิต ไม่มีใครเห็นคุณค่าผลงานออกแบบนี้เลย แถมเยาะเย้ยถากถางการออกแบบที่แตกต่างจากยุคนั้น จนเมื่อเขาจากไปอย่างนิรันดร์ ผลงานจึงได้รับการเชิดชูจากคนรุ่นหลัง

 

“มหาวิหารซากราดา ฟามิเลีย” (La Sagrada Familia) เป็นหนึ่งในผลงานที่โลกตะลึงในความคิดสร้างสรรค์ของ "เกาดี้" ที่มีเอกลักษณ์ขั้นสุด เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ทรงพลัง และ.. สร้างมา 136 ปีแล้วก็ยังไม่เสร็จ!! (เริ่มสร้างค.ศ. 1882)

แม้ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ที่นี่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน รวมทั้งองค์การยูเนสโก ก็ขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” ทั้งที่ยังสร้างไม่เสร็จนี่ล่ะ แต่ก็เห็นได้ชัดถึงความโดดเด่นไม่เหมือนที่ใดในโลก มีรายละเอียดแสนวิจิตรทั้งด้านนอกและภายในวิหาร มาแล้วจึงต้องชมให้ถ้วนทั่ว

ถ้าได้มาเห็นกับตา คุณจะสังเกตได้ถึงสีที่ตัดกันของหินด้านหน้าและด้านหลังอย่างชัดเจน เพราะระยะเวลาและรูปแบบการก่อสร้างที่แตกต่างกันระหว่างแบบเก่าและแบบที่สร้างต่อขึ้นไหม่ในปัจจุบัน

“เกาดี้” เกิดค.ศ.1852 เสียชีวิตค.ศ.1926 เขาเป็นสถาปนิกชาวคาตาลัน ประเทศสเปน ที่มีผลงานในรูปแบบโมเดิร์นนิสโม (อาร์ตนูโว) ที่แตกต่างจากการออกแบบโบสถ์คริสต์ทั่วไป การสร้าง “ซากราดา ฟามิเลีย” เขาเขาตั้งใจสร้างเพื่อพระเจ้า ใช้แนวคิดการคืนกลับสู่ธรรมชาติ และรูปแบบโดยรวมเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะเหมือนรูปไม้กางเขน ด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมตามแบบกรีก

ประตูแรกของโบสถ์ทำจากหินทราย แต่อีกประตูชื่อ ประตู "สมปรารถนา" สร้างขึ้นจากเหล็กและซีเมนต์  และที่กำลังจะสร้างให้สมบูรณ์คือ “หอคอยเยซู” ที่ต้องใช้วัสดุน้ำหนักเบา กำลังพิจารณาใช้ไฟเบอร์ หรือซีเมนต์ หรือไททาเนียม เสาพระเยซูจะสูง 172.5 เมตร

นี่คือโมเดลของมหาวิหารเมื่อสร้างเสร็จ จัดแสดงให้ผู้มาชมได้เห็นถึงกาลอนาคต

แม้โบสถ์ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2010 พระสันตะปะปาได้เสด็จมายัง "ซากราดา ฟามิเลีย" ทรงประกาศรับเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์อย่างเป็นทางการ และปีที่แล้ว มหาวิหารนี้จัดพิธีกรรมทางศาสนาทุกวันอาทิตย์ พิธีมิสชา และเพิ่งเปิดพื้นที่ร่วมทำพิธีให้เข้าชม มีพื้นหินขัด กระจกสี และมีหลังคาคุ้มฝนคุ้มแดดได้

ภายในมหาวิหารใช้เสาสูงรับน้ำหนักแทนการใช้กำแพงแบบโบสถ์ทั่วไป นี่เองทำให้ด้านกำแพงสามารถเลือกใช้กระจกที่ปล่อยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้ เสาสูงออกแบบให้คล้ายต้นไม้ สร้างเป็นรูปเกลียว ด้านบนแตกกิ่งก้านสาขา รับน้ำหนักได้มากกว่า 2 เท่าของเสาแบบแท่งตรง ในจำนวนนี้มีเสาทำด้วยหิน 52 ต้น แต่ละต้นห่างกัน 7.5 เมตร

แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาในมหาวิหารสวยงามด้วยเฉดสีของแสง ในนี้ไม่มีมุมมืด แสงทางตะวันออกที่ส่องเข้ามาจะเย็นตา เป็นสีฟ้า.. ส่วนแสงตะวันคก เป็นเฉดสีส้ม ม่วง คราม เขียว เหลือง แสด แดง สวยงามมาก

 

มหาวิหารแห่งนี้ยังเปิดให้ขึ้นไปชมวิวด้านบนระดับ Top Views ได้อีกด้วย

แม้เกาดี้เสียชีวิตไปแล้วเกือบ 100 ปี แต่การก่อสร้างก็ได้รับการสานต่อโดยผู้ร่วมงาน รูปถ่าย ภาพร่าง และแบบจำลองที่เกาดี้ทำไว้ แม้บางช่วงต้องหยุดสร้างเพราะเกิดสงครามกลางเมืองในสเปน ห้องใต้ดินและแบบจำลองอย่างละเอียดถูกเผา แต่เมื่อสงครามจบ ทีมงานก็ทำงานต่อ โดยอาศัยภาพร่าง ภาพถ่าย และแบบจำลองอื่นๆ ที่เหลือรอดจากการถูกทำลาย และภายหลังเทคโนโลยีมากมายถูกนำมาใช้เพื่อให้โครงการนี้สำเร็จ

ขอขอบคุณ

บริษัท โก ฮอลิเดย์ ทัวร์ จำกัด

www.goholidaytour.com

Share: